ดาว28-11-6


ปุ๋ยสูตร 28-11-6                                                                  
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

ไนโตรเจนทั้งหมด (N)                   28 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)      11 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O)          6 %

พืชที่แนะนำให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
พืชไร่ เช่น ฝ้าย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ฝ้าย ใช้ในดินร่วนปนทราย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งก่อนปลูก และโรยสองข้างแถวฝ้าย แล้วพรวนดินกลบโคนเมื่อฝ้ายอายุ 25-30 วัน ก่อนใส่ปุ๋ยจะต้องปราบวัชพืชให้เรียบร้อย สำหรับในดินนี้ ควรเพิ่มปุ๋ยโพแทสเซียม 6 กิโลกรัม K2O ต่อไร่ (ปุ๋ยเคมีโพแสเซียมคลอไรด์ 0-0-60 ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่)
ข้าวโพด และข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-70 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-35 กิโลกรัมต่อไร่ โดยวิธีรองก้นหลุมก่อนปลูก ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-35 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่เมื่อข้าวโพดหรือข้าวฟ่าง มีอายุประมาณ 30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถวปลูก
ไม้ผล เช่น มะม่วง กล้วย มะละกอ องุ่น น้อยหน่า ทุเรียน เงาะ ลางสาด ฝรั่ง มังคุด ลิ้นจี่ ลำไย และส้ม ในระยะก่อนตกผลใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นกับขนาดของต้นในปีหนึ่ง ๆ ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง (ทุเรียน ส้ม ไม่ต้องพรวนดินกลบ)
พืชผัก เช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักชี คึ่นฉ่าย ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง แตงกวา หอม พริก กระเทียม มะเขือ มะระ และ น้ำเต้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่ก่อนปลูก ครั้งที่สองใส่หลังปลูกแล้วประมาณ 25-30 วัน

คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนหากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่
กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น  เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้

ข้อควรระวัง

            1.  ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป

            2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก

            3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ

            4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน

            5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B)