ดาว22-5-22

ปุ๋ยสูตร 22-5-22

คุณสมบัติเป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 22 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 22 %

พืชที่แนะนำให้ใช้   ยางพาราหลังเปิดกรีด
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บำรุงต้นยางหลังเปิดกรีด ใช้ในสวนยางที่ไม่เคยปลูกพืชคลุมตระกูลถั่ว และไม่ใส่ปุ๋ยฟอสเฟตบำรุงดินทุกชนิด 
การใส่ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบ ๆ
บริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ๆ ละ 250-300 กรัมต่อต้นต่อปี 
ครั้งแรกใส่ในระยะต้นยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน (ประมาณเดือนพฤษภาคม) ใส่ปุ๋ยครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกแล้ว 6 เดือน (ประมาณเดือนกันยายน) 

คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษา
เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร  กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้อควรระวัง
1. ถ้าสภาพพื้นที่ลาดเทมากและไม่ได้ปลูกตามแนวระดับ ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีโดยวิธีหว่าน เพราะน้ำฝนจะชะล้างปุ๋ยเคมีหมดไป
2. อย่าใส่ปุ๋ยเคมีชิดต้นยางเกินไปหรือห่างจนพ้นรัศมีที่กำหนด รากยางจะไม่ได้รับปุ๋ยเคมี
3. อย่าหว่านปุ๋ยเคมีในระยะที่อากาศแห้งแล้ง เม็ดปุ๋ยเคมีจะไม่ละลาย จะเสียปุ๋ยเคมีและแรงงานโดยใช่เหตุ
4. ใส่ปุ๋ยเคมีตามจำนวนและภายในรัศมีที่กำหนด และดินปลูกเป็นดินร่วน
5. ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
6 ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 
7. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B)