21-0-0 ASP
โพสต์เมื่อ : 30 ก.ย 2565 เวลา 8:40 น.
ปุ๋ยสูตร21-0-0+S23%
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยประมาณธาตุอาหารรับรองดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 21 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 0 %
ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ดังนี้
กำมะถัน(S) 23 %
ประโยชน์ สามารถละลายน้ำได้ พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารทางรากและทางใบ เพื่อใช้ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
พืชที่แนะนำให้ใช้พืชผัก และใช้เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้าสำหรับนาข้าว พืชไร่
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
ก.นาข้าว
1.พันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ใส่ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 8-15 กิโลกรัม หว่านให้ทั่วแปลงข้าวออกดอก 30 วัน
2.สำหรับพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ใส่ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 10-20 กิโลกรัมหว่านให้ทั่วแปลงหลังปักดำข้าว 35-45 วัน
ข.พืชไร่ชนิดต่างๆ
1.อ้อย ใส่อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อปี ดังนี้
อ้อยปลูก แบ่งใส่ 2 ครั้ง เท่าๆกัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถวในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่อัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ควนใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ
2.สับปะรด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 25-50 กิโลกรัม โรยข้างแถวข้าวโพดและพรวนดินกลบหลังจากปลูก 30 วัน
3.ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 25-50 กิโลกรัม ข้าวฟ่างแล้วพรวนดินกลบข้างข้าวโพด ข้าวฟ่างเมื่อมีอายุ 25-30 วัน
ค.พืชผัก ชนิดต่างๆ
สำหรับพืชผัก ปุ๋ยเคมีได้กับมะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศ และพืชผักอีกหลายชนิด โดยแบ่งอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีออกเป็นสองระยะ คือ
ระยะที่ 1 ใช้เมื่อต้นพืชอายุประมาณ 10-15 วัน โดยหว่านปุ๋ยเคมี อัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม
ระยะที่ 2 ใช้หลังหว่านปุ๋ยเคมีครั้งแรกประมาณ 30-45 วันในอัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนทุกครั้ง หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรหรือนักวิชาการเกษตรประจำสถานีทดลอง หรือสถาบันวิจัยในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนดเพราะจะเป็นอันตรายกับพืชไร่
ข้อควรระวัง
1.ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อนเพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
2.ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อยๆก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควนใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
3.ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
4.ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดดและฝน
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยประมาณธาตุอาหารรับรองดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 21 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 0 %
ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ดังนี้
กำมะถัน(S) 23 %
ประโยชน์ สามารถละลายน้ำได้ พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารทางรากและทางใบ เพื่อใช้ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
พืชที่แนะนำให้ใช้พืชผัก และใช้เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้าสำหรับนาข้าว พืชไร่
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
ก.นาข้าว
1.พันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ใส่ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 8-15 กิโลกรัม หว่านให้ทั่วแปลงข้าวออกดอก 30 วัน
2.สำหรับพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ใส่ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 10-20 กิโลกรัมหว่านให้ทั่วแปลงหลังปักดำข้าว 35-45 วัน
ข.พืชไร่ชนิดต่างๆ
1.อ้อย ใส่อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อปี ดังนี้
อ้อยปลูก แบ่งใส่ 2 ครั้ง เท่าๆกัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถวในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่อัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ควนใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ
2.สับปะรด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 25-50 กิโลกรัม โรยข้างแถวข้าวโพดและพรวนดินกลบหลังจากปลูก 30 วัน
3.ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 25-50 กิโลกรัม ข้าวฟ่างแล้วพรวนดินกลบข้างข้าวโพด ข้าวฟ่างเมื่อมีอายุ 25-30 วัน
ค.พืชผัก ชนิดต่างๆ
สำหรับพืชผัก ปุ๋ยเคมีได้กับมะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศ และพืชผักอีกหลายชนิด โดยแบ่งอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีออกเป็นสองระยะ คือ
ระยะที่ 1 ใช้เมื่อต้นพืชอายุประมาณ 10-15 วัน โดยหว่านปุ๋ยเคมี อัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม
ระยะที่ 2 ใช้หลังหว่านปุ๋ยเคมีครั้งแรกประมาณ 30-45 วันในอัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนทุกครั้ง หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรหรือนักวิชาการเกษตรประจำสถานีทดลอง หรือสถาบันวิจัยในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนดเพราะจะเป็นอันตรายกับพืชไร่
ข้อควรระวัง
1.ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อนเพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
2.ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อยๆก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควนใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
3.ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
4.ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดดและฝน