0-0-60
โพสต์เมื่อ : 30 ก.ย 2565 เวลา 8:1 น.
ปุ๋ยสูตร 0-0-60
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 60 %
พืชที่แนะนำให้ใช้ ใช้กับไม้ผล พืชไร่ พืชหัว และใช้เป็นวัตถุดิบในการผสมปุ๋ย
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
1.ไม้ผล เช่น องุ่น เงาะ ส้ม น้อยหน่า มังคุด และไม้ผลอื่นๆ ยกเว้นทุเรียน ใช้ปุ๋ยในอัตรา 300-600 กรัมต่อต้น โดยใส่เป็นรูปวงแหวน ตามรัศมีแนวพุ่มใบ หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 20-30 วัน แล้วแต่อายุของผลไม้แต่ละชนิด
2.พืชไร่ มันสำปะหลัง หอม กระเทียม ผักกาดหัว (ยกเว้นยาสูบ) ใช้แต่งหน้า ในระยะที่พืชกำลังสร้างผลผลิต โดยใช้อัตราไร่ละ 20-30 กิโลกรัม เมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือน หรือกลางฤดูฝนโดยใส่ตามแนวทั้งสองข้างของแถวพืช ให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 6-8 นิ้ว
อ้อย ใส่ในอัตราไร่ละ 50-80 กิโลกรัม ต่อปี ดังนี้
อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรก หลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจาก
ใส่ ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน
อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรก ต้นฤดูฝน ครั้งที่สอง หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 25- 30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทานครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ 21-0-0 อัตราไร่ละ 20-40 กิโลกรัม หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวีโรยข้างแถว ควรใสปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และจะต้องพรวนดินกลบปุ๋ย
3. ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นวัตถุดิบ คือผสมกับปุ๋ยเคมีสูตรอื่น ๆ เช่น 21-0-0, 46-0-0, 0-20-0, 0-46-0, 18-46-0 เพื่อผสมปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ตามต้องการ ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยเคมีและดินเป็นอย่างดี และต้องทราบว่าในดินมีปริมาณธาตุอาหารพืชอื่นเพียงพอกับความต้องการของพืชนั้น ๆ แล้ว
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนทุกครั้ง หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหา
สงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้
ข้อควรระวัง
1.ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
2.ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
3.ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
4.ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 60 %
พืชที่แนะนำให้ใช้ ใช้กับไม้ผล พืชไร่ พืชหัว และใช้เป็นวัตถุดิบในการผสมปุ๋ย
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
1.ไม้ผล เช่น องุ่น เงาะ ส้ม น้อยหน่า มังคุด และไม้ผลอื่นๆ ยกเว้นทุเรียน ใช้ปุ๋ยในอัตรา 300-600 กรัมต่อต้น โดยใส่เป็นรูปวงแหวน ตามรัศมีแนวพุ่มใบ หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 20-30 วัน แล้วแต่อายุของผลไม้แต่ละชนิด
2.พืชไร่ มันสำปะหลัง หอม กระเทียม ผักกาดหัว (ยกเว้นยาสูบ) ใช้แต่งหน้า ในระยะที่พืชกำลังสร้างผลผลิต โดยใช้อัตราไร่ละ 20-30 กิโลกรัม เมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือน หรือกลางฤดูฝนโดยใส่ตามแนวทั้งสองข้างของแถวพืช ให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 6-8 นิ้ว
อ้อย ใส่ในอัตราไร่ละ 50-80 กิโลกรัม ต่อปี ดังนี้
อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรก หลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจาก
ใส่ ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน
อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรก ต้นฤดูฝน ครั้งที่สอง หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 25- 30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทานครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ 21-0-0 อัตราไร่ละ 20-40 กิโลกรัม หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวีโรยข้างแถว ควรใสปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และจะต้องพรวนดินกลบปุ๋ย
3. ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นวัตถุดิบ คือผสมกับปุ๋ยเคมีสูตรอื่น ๆ เช่น 21-0-0, 46-0-0, 0-20-0, 0-46-0, 18-46-0 เพื่อผสมปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ตามต้องการ ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยเคมีและดินเป็นอย่างดี และต้องทราบว่าในดินมีปริมาณธาตุอาหารพืชอื่นเพียงพอกับความต้องการของพืชนั้น ๆ แล้ว
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนทุกครั้ง หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหา
สงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้
ข้อควรระวัง
1.ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
2.ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
3.ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
4.ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน