46-0-0
โพสต์เมื่อ : 30 ก.ย 2565 เวลา 7:57 น.
ปุ๋ยสูตร 46-0-0
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 46 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 0 %
สารเป็นพิษ ไบยูเร็ต (Biuret) ไม่เกิน 1 %
ประโยชน์ สามารถละลายน้ำได้ พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารโดยทางรากและทางใบ เพื่อใช้เร่งความเจริญเติบโตของพืช
พืชที่แนะนำให้ใช้ ใช้เป็นปุ๋ยเคมีสำหรับพืชผัก และใช้เป็นปุ๋ ยเคมีแต่งหน้าส าหรับนาข้าว พืชไร่
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
ก.นาข้าว
ข้าวพันธุ์ไวแสงซึ่งปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ใช้ปุ๋ ยเคมีอัตราไร่ละ 5-10 กก. หว่านให้ทั่วแปลง ก่อนข้าวออกดอก 30 วัน ข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงซึ่งปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ใช้ปุ๋ ยเคมีอัตราไร่ละ 10-15 กก. หว่านให้ทั่วแปลง หลังปักด าข้าว 35-45 วัน
ข.พืชไร่ชนิดต่างๆ
อ้อยใส่อัตราไร่ละ 50-80 กก.ต่อปี ดังนี้
อ้อยปลูก แบ่งใส่เป็นสองครั้งเท่าๆ กัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขต
ชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่อัตราไร่ละ 50 กก. หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว
ควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ
สับปะรด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 25 กก. โรยข้างแถวสับปะรดแล้วพรวนดินกลบหลังจากปลูก 30 วัน ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมียูเรียในอัตราไร่ละ 10-20 กก. โรยข้างแถวข้าวโพด ข้าวฟ่าง แล้วพรวนดินกลบเมื่อข้าวโพดมีอายุ 25-30 วัน
ค.พืชผักชนิดต่างๆ
สำาหรับพืชผัก ปุ๋ ยเคมีใช้ได้กับมะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศและพืชผักอีก หลายชนิด โดยแบ่งอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีออกเป็น 2 ระยะคือ
ระยะที่ 1 ใช้เมื่อต้นพืชอายุประมาณ 10-15 วัน โดยหว่านปุ๋ ยเคมีอัตราไร่ละ 50 กก.
ระยะที่ 2 ใช้หลังหว่านปุ๋ ยเคมีครั้งแรกประมาณ 30-45 วัน ในอัตราไร่ละ 50 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อควรระวัง
1.ก่อนใส่ปุ๋ยควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยที่ใส่ลงไปในดิน
2.ควรใส่ปุ๋ยเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อยๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยแก่พืชในที่มีแสงแดดจัดและฝนไม่ตก
3.ควรหมั่นดูแลป้องกันก าจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
4.ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 46 %
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 %
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 0 %
สารเป็นพิษ ไบยูเร็ต (Biuret) ไม่เกิน 1 %
ประโยชน์ สามารถละลายน้ำได้ พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารโดยทางรากและทางใบ เพื่อใช้เร่งความเจริญเติบโตของพืช
พืชที่แนะนำให้ใช้ ใช้เป็นปุ๋ยเคมีสำหรับพืชผัก และใช้เป็นปุ๋ ยเคมีแต่งหน้าส าหรับนาข้าว พืชไร่
อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้
ก.นาข้าว
ข้าวพันธุ์ไวแสงซึ่งปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ใช้ปุ๋ ยเคมีอัตราไร่ละ 5-10 กก. หว่านให้ทั่วแปลง ก่อนข้าวออกดอก 30 วัน ข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงซึ่งปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ใช้ปุ๋ ยเคมีอัตราไร่ละ 10-15 กก. หว่านให้ทั่วแปลง หลังปักด าข้าว 35-45 วัน
ข.พืชไร่ชนิดต่างๆ
อ้อยใส่อัตราไร่ละ 50-80 กก.ต่อปี ดังนี้
อ้อยปลูก แบ่งใส่เป็นสองครั้งเท่าๆ กัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขต
ชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่อัตราไร่ละ 50 กก. หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว
ควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ
สับปะรด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราไร่ละ 25 กก. โรยข้างแถวสับปะรดแล้วพรวนดินกลบหลังจากปลูก 30 วัน ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมียูเรียในอัตราไร่ละ 10-20 กก. โรยข้างแถวข้าวโพด ข้าวฟ่าง แล้วพรวนดินกลบเมื่อข้าวโพดมีอายุ 25-30 วัน
ค.พืชผักชนิดต่างๆ
สำาหรับพืชผัก ปุ๋ ยเคมีใช้ได้กับมะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศและพืชผักอีก หลายชนิด โดยแบ่งอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีออกเป็น 2 ระยะคือ
ระยะที่ 1 ใช้เมื่อต้นพืชอายุประมาณ 10-15 วัน โดยหว่านปุ๋ ยเคมีอัตราไร่ละ 50 กก.
ระยะที่ 2 ใช้หลังหว่านปุ๋ ยเคมีครั้งแรกประมาณ 30-45 วัน ในอัตราไร่ละ 50 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อควรระวัง
1.ก่อนใส่ปุ๋ยควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยที่ใส่ลงไปในดิน
2.ควรใส่ปุ๋ยเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อยๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยแก่พืชในที่มีแสงแดดจัดและฝนไม่ตก
3.ควรหมั่นดูแลป้องกันก าจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
4.ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน